วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556


บันทึกอนุทินครั้งที่ 10


บันทึกอนุทิน


วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย


อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ  แจ่มถิน


วัน/เดือน/ปี  วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2556

ครั้งที่ี 10  เวลาเรียน 08.30-12.20 น. ห้อง233 อาคาร 2

เวลาเข้าสอน 08.30 น. เวลาเข้าเรียน 08.30 น. เวลาเลิกเรียน 12.20 น.



ความรู้ที่ได้รับในวันนี้


   วันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับเรื่อง สื่อการเรียนรู้ทางภาษา หมายถึง  วัสดุ อุปกรณ์เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจ


ความสำคัญของสื่อการเรียนรู้ทางภาษา

  1. เด็กเรียนรู้ได้ดีจากประสบการณ์สัมผัส
  2. เข้าใจง่าย
  3. เป็นรูปธรรม
  4. จำได้ง่ายเร็วและนาน
 
ประเภทของสื่อการสอน

  1. สื่อสิ่งพิมพ์  =  สื่อที่ใช้ระบุสิ่งพิมพ์ เช่น แผ่นพับ หนังสือนิทาน
  2. สื่อวัสดุอุปกรณ์  =  สิ่งของต่างๆรอบตัวเราสามารถนำมาทำเป็นสื่อได้ เช่น หุ่นจำลอง แผ่นที่สมุดภาพ  หุ่นมือ  
  3. สื่อโสตทัศนูปกรณ์ = สื่อที่นำเสนอด้ยเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์
  4. สื่อกิจกรรม = ฝึกทักษะ ฝีกการปฏิบัติ ใช้กระบวนการคิด เช่น เกม การแสดงละคร
  5. สื่อบริบท =  สื่อที่มีการเรียนรู้ที่แตกต่างขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม เช่น การแต่งกายของแต่ละภาค


   กิจกรรมระหว่างเรียน

           วันนี้อาจารย์ให้ทุกคนผลิตสื่อที่ตั้งโต๊ะได้โดยให้ทำทั้งสองด้านโดยด้านหน้าเป็นคำศัพท์ภาษา

อังกฤษด้านหลังเป็นคำแปลภาษาไทยโดยเราจะทำเป็นรูปอะไรก็ได้อาจารย์ไม่กำหนดค่ะ









ผลงานของดิฉันค่ะ
 
     การนำความรูไปใช้

  1. เราสามารถนำความรู้ที่ได้ในวันนี้ไปใช้ในสื่อการสอนวิชาต่างอีกได้มากมาย
  2. สามารถนำความรู้นี้ไปต่อยอดในการออกฝึกสอนได้อีกด้วย
  3. เราสามารถนำกิจกรรมไปช่วยเสริมสร้างฝึกทักษะทางภาษาให้เด็กได้อีกด้วย


วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556


บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

บันทึกอนุทิน


วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย


อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ ตฤณ  แจ่มถิน


วัน/เดือน/ปี  วันศุกร์ที่16 สิงหาคม พ.ศ.2556


ครั้งที่ี 9  เวลาเรียน 08.30-12.20 น. ห้อง233 อาคาร 2

เวลาเข้าสอน 08.30 น. เวลาเข้าเรียน 08.30 น. เวลาเลิกเรียน 12.20 น.


ความรู้ที่ได้รับในวันนี้


                   วันนี้อาจารย์ให้ช่วยผลิดสื่อประเทศอาเซียน   โดยอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม

โดยกลุ่มที่ 1 ทำเกี่ยวกับกบปากขยับพูดคำทักทายสวัสดีของแต่ละประเทศต่างๆ









             เพื่อนๆกำลังช่วยกันระบายสีและเขียนคำทักทายลงในแผ่นกันอย่างสนุกสนานกันเลยทีเดียว

สำหรับกิจกรรมของกลุ่มเราถ้าให้เด็กปฐมวัยทำจะช่วยฝึกให้เด็กปฏิสัมพันธที่ดีต่อกันและยังช่วยฝึก

พัฒนากล้ามเนื้อมือให้แก่เด็กอีกด้วย









                                                     กลุ่มของเราผลงานก็เสร็จสมบูรณ์

 
กลุ่มที่ 2  ธงชาติและคำทักทายประเทศอาเซียนแต่ละประเทศ


         เพื่อนๆกำลังช่วยกันระบายระบายสีกันอย่างมันมือประโยชน์ที่เด็กจะได้เมื่อทำกิจกรรมของกลุ่มนี้

คือเด็กจะได้ฝึกการสังเกตุคำทักทายและสีธงชาติของแต่ละประเทศของอาเซียน





                                                          ผลงานก็เสร็จสมบูรณ์


กลุ่มที่ 3 เครื่องแต่งกายของประเทศอาเซียนทำเป็นหุ่นนิ้ว


           โดยเพื่อนกลุ่มนี้ช่วยกันวาดรูปเครื่องแต่งกายและระบายสีติดประกอบอย่างเรียบร้อยประโยชน์ที่

เด็กจะได้จากการทำกิจกรรมของกลุ่มนี้เด็กได้ฝึกการสังเกตุจดจำเครื่องแต่งกายของประเทสต่างๆ



                                                           ผลงานก็เสร็จสมบูรณ์


กลุ่มที่ 4 ธงประเทศอาเซียนมีลูกเล่นโดยการซ่อนธงให้ชักขึ้นชักลงได้


        กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ทำยากที่สุดเพราะต้องทำลูกเล่นเป็นแบบชักเลื่อนขึ้นลงประโยชน์ที่เด็กจะได้จาก

กิจกรรมนี้คือเด็กได้ฝึกการจดจำฝึกการสังเกตุหรือาจเอามาเล่นเป็นเกมทายธงประเทศต่างๆเพื่อสร้าง

ความเพลิดเพลินให้แก่เด็กๆ




ผลงานก็เสร็จสมบูรณ์


      ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
  1. สามารถนำกิจกรรมที่ได้ทำในวันนี้ไปปรับประยุกต์ใช้ในโอกาสต่อไปข้างหน้าได้
  2. สามารถนำไปปรับใช้กับเด็กปฐมวัยในด้านทักษะทางภาษาได้อีกด้วย
  3. ช่วยฝึกให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมือทั้งมัดเล็กและมัดใหญ่
  4. ช่วยสร้างปฎิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กๆและยังช่วยฝึกความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย







วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

 บันทึกอนุทินครั้งที่  8
บันทึกอนุทิน
 วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย


อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน



วัน/เดือน/ปี วันศุกร์ ที่  9 สิงหาคม  พ.ศ. 2556

ครั้งที่ี 8  เวลาเรียน 08.30-12.20 น. ห้อง233 อาคาร 2

เวลาเข้าสอน 08.30 น. เวลาเข้าเรียน 08.30 น. เวลาเลิกเรียน 12.20 น.
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
     
           วันนี้อาจารย์ให้ช่วยกันแต่งนิทาน1เรื่องโดยทั้งห้องต้องช่วยกันคิดทำเป็นนิทานเล่มใหญ่โดน
อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มๆละ4-5 คน เพื่อที่จะแบ่งหน้าที่การทำหน้าของนิทานในแต่ละหน้าโดยให้แต่ละกลุ่ม
วาดภาพนิทานตอนที่ได้กัน โดยนิทานเรื่องนี้ชื่อเรื่อง ลูกหมูแสนซน
           โดยกลุ่มเรได้รับผิดชอบหน้าที่ 10 ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายของนิทานเรื่องนี้ เนื้อเรื่องประมาณว่า
ลูกหมูทั้ง4ตัวบอกให้พ่อแม่หมูไปช่วยพี่คนโตและครอบครัวหมูก็เดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุข
เมื่อทุกกลุ่มวาดผลงานก็ได้เวลานำเสนอเป็นอันจบกิจกรรม



     การนำความรู้ไปใช้
  • สามารถนำกิจกรรมนี้ได้จัดให้เด็กๆได้ลงมือทำแบบนี้บ้าง
  • ช่วยสร้างปฎิสัมพันธ์ให้กับเด็กๆ
  • ช่วยฝึกให้เด็กได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์จินตนาการในการคิดนิทานร่วมกับเพื่อนๆ
  • สามารถนำสิ่งต่างๆที่ได้ทำในวันนี้ไปพัฒนาในการออกฝึกสอน

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

 
 
 
 บันทึกอนุทินครั้งที่ 7
 
บันทึกอนุทิน
 
 
 วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย


อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน



 
วัน/เดือน/ปี วันศุกร์ ที่  26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ครั้งที่ี 7  เวลาเรียน 08.30-12.20 น. ห้อง233 อาคาร 2

เวลาเข้าสอน 08.30 น. เวลาเข้าเรียน 08.30 น. เวลาเลิกเรียน 12.20 น.

          
  ความรู้ที่ได้รับในวันนี้


  กิจกรรมก่อนเรียน

วันนี้อาจารย์ให้วาดรูปอะไรก็ได้ที่เราชอบแล้วต่อจากนั้นอาจารย์ก็บอกให้ทุกคนออกมาเล่านิทานจากรูป

ที่เราวาดต่อเป็นเนื้อเรื่องร่วมกันทั้งห้องให้ออกมาเป็นนิทาน1เรื่องโดยฉันได้วาดรูปกระต่ายและฉันก็ได้

ออกไปเล่าต่อจากเพื่อนโดยเพื่อนก่อนหน้าฉันได้วาดรูปมานิมังกรโดยฉันเล่าเรื่องต่อจากเพื่อนว่าแล้ว

เจ้าม้านิมังกรก็มีเพื่อนสนิทเป็นเจ้ากระต่ายน้อยแสนซนทั้งสองชอบช่วยกันไปวิ่งเล่นที่ริมทะเลพอเพื่อน

คนสุดท้ายเล่าเรื่องจบเสร็จอาจารย์ก็ให้ทุกคนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่องคราวๆตั้งแต่ต้นจนจบแต่ทุกคนสรุป

กันเนื้อเรื่องอาจจะไม่เหมือนเดิมสักเท่าไร



ที่คือรูปที่ฉันวาดค่ะ


เนื้อหาหลังจากการทำกิจกรรมก่อนเรียนเสร็จ

วันนี้อาจารย์สอนเรื่องการประเมิน

    การประเมิน
  •  ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย
  •  เน้นความก้าวหน้าของเด็ก
  •  ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย
  •  ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง
  •  ครูให้ควมสนใจทั้งกระบวนการและผลงาน
  •  ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล
กิจกรรมการฝึกทักษะ

 อาจารย์มีรูปเกมส์ต่อจุดมาให้ลองทำดูเป็นเกมส์ต่อจุด9จุดโดยเราต้องลากเส้น4เส้นโดยห้ามยกดินสอ

หรือปากกาขึ้นโดยเด็ดขาด


นี้คือตัวอย่างเกมส์

    ในตอนแรกลองทำดูไม่สามารถลากเส้นต่อโดยไม่ยกมือขึ้นได้แต่พออาจารย์เฉยฉันถึงกับงงและ

แปลกใจมากว่าทำไมถึงลากเส้นแบบนี้แต่พออาจารย์อธิบายการเป็นครูไม่จำเป็นจะต้องมีความคิดอยู่

แค่ในกรอบแต่การเป็นครูควรที่จะมีความคิดที่นอกกรอบบ้างไม่ใช่คิดอยู่ซ้ำๆอยู่ในความคิดแบบเดิมๆ



เฉยเกม


กิจกกรมหลังเรียน

      กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมสุดท้ายของการเรียนในวันนี้โดยอาจารย์จะเล่านิทานให้ฟังสองรอบโดยรอบที่

หนึ่งอาจารย์ให้นักศึกษานั่งฟังเฉยๆโดยไม่ต้องทำอะไรเลยพอรอบที่สองอาจารย์ให้นักศึกษาฟังแล้ว

วาดภาพตามที่อาจาย์เล่า


    ดังภาพ



ภาพนี้คือนิทานเรื่องที่หนึ่ง  ชื่อเรื่อง สุนัขจิ้งจอก





ภาพนี้คือนิทานเรื่องที่สอง ชื่อเรื่อง เต่าทอง


(กิจกรรมที่อาจารย์ให้ทำนี้เป็นหลักการกาสอนแบบการเล่าไปวาดไปแล้วจบเรื่องก็ให้เด็กท้าย)




การนำความรู้ไปใช้

  • เราสามารถนำหลักการประเมินนี้ไปใช้ในการสอนหรือการอออฝึกสอนได้อย่างถูกวิธี
  • เราสามารถนำกิจกรรมเล่านิทานที่อาจารย์สอนไปใช้ในการสอนหรือประยุกต์ใช้ได้อีกมากมาย







วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556



บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

                                                                          บันทึกอนุทิน

 
        วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

        อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน


                 วัน/เดือน/ปี      วันศุกร์ ที่  19 กรกฎาคม  พ.ศ. 2556
                   ครั้งที่ี 1  เวลาเรียน 08.30-12.20 น. ห้อง233 อาคาร 2
       เวลาเข้าสอน  08.30 น.  เวลาเข้าเรียน  08.30 น.   เวลาเลิกเรียน 12.20 น.


ความรู้ที่ได้รับในวันนี้


แนวทางการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย


1  การจัดประสบการณ์ทางภาษาที่เน้นทักษะภาษา  (Skill  Approch)

  •   ให้เด็กได้รู้จักส่วนย่อยๆของภาษา
  •    การประสมคำ
  •    การแจกลูกสะกดคำ  การเขียน
    Kennrth  Goodman
  • เสนอแนวทางการสอนแบบธรรมชาติ
  • มีความเชื่อมโยงระหว่างภาษากับความคิด
  • แนวทางการสอนมีพื่นฐานมาจากการเรียนรู้และธรรมชาติของเด็ก
  
ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย
  • สนใจอยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบๆตัว
  • ช่างสงสัย  ช่างซักถาม
  • มีความคิดสร้างสรรค์ และ จินตนาการ
  • ชอบเลียนแบบคนรอบข้าง
 2    การสอนภาษาแบบธรรมชาติ  (Whole  Langvage)
  • เด็กเรียนรู้ภาษาจากประสบการณ์และจากการลงมือทำ
  • เด็กเรียนรู้จากกิจกรรมการเคลื่อนไหวของตนเองการได้สัมผัสจับต้องสิ่งต่างๆ

การสอนภาษาแบบธรรมชาติ

  • การสอนแบบบูรณาการ /  องค์รวม
  • สอนในสิ่งที่เด็กสนใจ
  • สอนสิ่งใกล้ตัวเด็กและอยู่ในชีวิตประจำวัน
  • สอดแทรกการฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่านเขียนไปพร้อมกับการทำกิจกรรม
  • ไม่เข้มงวดกับการท่อง การเขียน การสะกด
 
หลักการสอนภาษาแบบธรรมชาติ

  1. การจัดสภาพแวดล้อม
  2. การสื่อสารที่มีความหมาย
  3. การเป็นแบบอย่าง
  4. การตั้งความคาดหวัง
  5. การคาดคะเน
  6. การใช้ข้อมูลย้อนกลับ
  7. การยอมรับนับถือ
  8. การสร้างความรู้สึกเชื่อมั่น

   บทบาทครู
  • ผู้ที่ถ่ายทอดความรู้
  • ผู้อำนวยความสะดวก
  • ผู้ร่วมทางการเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเด็ก

กิจกรรมหลังเรียน

  • อ่านข้อความประกอบรูป
  • ร้องเพลงแปรงฟัน
  • ร้องเพลงตา จมูก หู
  • ท่องแก้ว กะลา ขัน โอ่ง

การนำความรู้ไปใช้

  • ในการเรียนครั้งนี้ได้รู้ถึงบทบาทหน้าที่ครูว่าครูไม่ใช้แค่ทำหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียวแต่ครูยังต้องคำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญ
  • ความรู้ที่ได้รับในวันนี้สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการออกฝึกสอนได้หลากหลาย








บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

                                                                           บันทึกอนุทิน

 

        วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

        อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน



                 วัน/เดือน/ปี      วันศุกร์ ที่  12 กรกฎาคม  พ.ศ. 2556
                   ครั้งที่ี 1  เวลาเรียน 08.30-12.20 น. ห้อง233 อาคาร 2
       เวลาเข้าสอน  08.30 น.  เวลาเข้าเรียน  08.40 น.   เวลาเลิกเรียน 12.20 น.
   



  องค์ประกอบของภาษา
   กิจกรรมก่อนเรียน
  • อาจารย์ให้กระดาษมา1แผ่นวาดรูปสิ่งของที่เรารักและชอบตั้งตั้งเด็กๆพร้อมออกมาบรรยาย

หมอนใบนี้แม่ซื้อให้ตั้งแต่เด็กๆรักและติดมากพอขึ้นป.6แม่เลยยึดเก็บใส่กล่องเพราะโตแล้วจนตอนนี้หายไปกลับน้ำท่วมแล้วค่ะ



 
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้


องค์ประกอบของภาษา

  1. Phonology  คือระบบเสียงของภาษาเสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมาย
  2. Semantic    คือความหมายของภาษาและคำศัพท์ที่มีความหมายหลากหลายหรือเหมือนกัน
  3. Syntax       คือระบบไวยากรณ์การเรียงรูปประโยค
  4. Pragmatic  คือระบบการนำไปใช้ภาษาให้ถูกตามสถานการณ์และกาลเทศะ

นักพฤติกรรมนิยมเชื่อว่า

  • ภาษาเป็นกระบวนการภายในมนุษย์
  • เด็กเกิดมาโดยมีศักยภาพในการเรียนรู้ภาษา
  • เมื่อได้รับแรงเสริมจะทำให้เด็กเลียนแบบตัวแบบมากขึ้น
ภาษาในการจัดประสบการณ์แบ่งได้เป็น3กลุ่มดังนี้
  1. มุมมองด้านโครงสร้างของภาษา
  2. มุมมองด้านหน้าที่ของภาษา
  3. มุมมองด้านปฎิสัมพันธ์
แนวคิดนักการศึกษา  (พฤติกรรมแนวนิยม)


                       
                                               Skinner







                                         John B. Watson


แนวคิดกลุ่มพัฒนาสติปัญญา


    
                                               Piaget





                                           
                                            Vygotsky


 แนวคิดของกลุ่มที่เชื่อเรื่องความพร้อมทางร่างกาย



                    
                                                                                  Arnold gesell


แนวคิดของกลุ่มที่เชื่อว่าภาษาติดตัวมาตั้งแต่เกิด 



noam chomsky



สรุป
           
     เด็กปฐมวัยเรียนรู้ภาษา จากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวทั้งสิ่งแวดล้อมที่บ้าน และโรงเรียน เด็กจะเรียนรู้การฟังและการพูดก่อน เพราะการฟังและการพูดเป็นของคู่กัน เป็นพื้นฐานทางภาษา กล่าวคือ เมื่อฟังแล้วก็ย่อมต้องพูดสนทนาโต้ตอบได้ การเรียนภาษาของเด็กปฐมวัยไม่จำเป็นต้องอาศัยการสอนอย่างเป็นทางการ หรือตามหลักไวยกรณ์ แต่จะเป็นการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือเป็นการสอนแบบธรรมชาติ









วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556



บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

                                                                            บันทึกอนุทิน

        วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

        อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน




                 วัน/เดือน/ปี      วันศุกร์ ที่ 5  กรกฎาคม  พ.ศ. 2556
 
                   ครั้งที่ี 1  เวลาเรียน 08.30-12.20 น. ห้อง233 อาคาร 2
 
       เวลาเข้าสอน  08.30 น.  เวลาเข้าเรียน  08.30 น.   เวลาเลิกเรียน 12.20 น .
 
         
 
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
 
วันนี้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
 
กลุ่มของดิฉันได้เรื่องในหัวข้อพัฒนาการทางสติปัญญาอายุ  2 - 4 ปี
 
ซึ่งกลุ่มของฉันได้นำเสนอออกมาในรูปแบบของละคร
 
 
ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการทางสติปัญญา
  ประกอบไปด้วย
1   ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์
นักเรียนที่มีอายุเท่ากันอาจมีขั้นพัฒนาการทางสติปัญญาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ควรเปรียบเทียบเด็ก ควรให้เด็กมีอิสระที่จะเรียนรู้และพัฒนาความสามารถของเขาไปตามระดับพัฒนาการของเขา
2   ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของบรุนเนอร์
กระบวนการค้นพบการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ดีมีความหมายสำหรับผู้เรียน การวิเคราะห์และจัดโครงสร้างเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำก่อนการสอน
3   ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของกาเย่
การจำแนกแยกแยะ (Discriminaitons) หมายถึง ความสามารถในการแยกแยะคุณสมบัติทางกายภาพของวัตถุต่าง ๆที่รับรู้เข้ามาว่าเหมือนหรือไม่เหมือน
 
พัฒนาการทางสมองและการส่งเสริม
การเล่นก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น การเต้น กระโดด ขว้างลูกบอล กระตุ้นสมองตั้งแต่ตรงกลางขึ้นไปที่เรียกว่า มิดเบรน (Mid brain) เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และทักษะการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับดนตรีจะพัฒนาได้ดีเมื่อลูกอายุได้ 3 ขวบ ลูกสามารถใช้สีเทียนลากเขียนเอียงเป็นมุมได้ดั่งใจ รู้จักใช้ไม้เขี่ยของเล่นที่หยิบไม่ถึง รวมทั้งจำได้ว่าของชิ้นไหนเป็นของใครด้วย

ลูกมีความเข้าใจในของใช้ชีวิตประจำวัน อย่างเช่น เปิดไฟเดินไปที่สวิชต์เพื่อเปิด เลียนแบบกิจวัตรของพ่อแม่ ชอบเล่นของเล่นที่เป็นชุดและมีการเรียงลำดับด้วย

การนำความรู้ไปใช้

  • ได้ความรู้ใหม่ๆกี่ยวกับการพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อเอาไว้ไปพัฒนาในการเรียนการสอนต่อไป
  • รู้จักรู้แบบการนำเสนอที่แต่ต่างกันไปซึ่งสามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้ในโอกาสน่าได้